================================================== -->

ลุ้นบาท แทงบอล ส คืออะไร

หึ่ง!แม้วตั้งวงถกสู้ดูด หวังเกิดปฏิญญาลอนดอน สามมิตรรุกหนักดึง สุวัจน์ 23 กรกฎาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น

  • เยี่ยมชมบล็อก:947425
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 956
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-06-18 13:01:07
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

‘ชูวิทย์’ หาพุทธะอิสระแกล้งป่วย!ต่อหน้าหมอบอกปวดหลัง พอเข้าห้องน้ำเดินปร๋อเลย 22 กรกฎาคม พศ 2561 เวลา 08:22 น

ที่เก็บบทความ

2015(391)

2014(703)

2013(28)

2012(348)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: 39 สุขภาพสุทธิ

goldenslot online, คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยปฏิญญาครูชักดาบ ชี้แม่พิมพ์ของชาติต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม ออมสินโร่แจงไล่บี้สาขาฟ้องลูกหนี้แค่กระบวนการปกติ อนุสรณ์ ชี้สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แนะปรับฐานเงินเดือนใหม่ตามคุณวุฒิ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อธนาคารออมสินกับปัญหาหนี้ครู กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,156 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม พศ 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 943 ทราบข่าวธนาคารออมสินกับกลุ่มครูเรียกร้องเรื่องหนี้สิน ในขณะที่ร้อยละ 57 ไม่ทราบข่าว โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 766 ไม่เห็นด้วยต่อการประกาศไม่ยอมชำระหนี้ของครู เพราะธนาคารทำถูกแล้ว ครูต้องเป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคม ครูต้องมีวินัย ใช้ชีวิตพอเพียง ยอมรับผลที่ตัวเองทำ และไม่ควรใช้กฎหมู่มาทำให้เสียภาพลักษณ์ เป็นต้น ร้อยละ 147 ไม่ค่อยเห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 64 ค่อนข้างเห็นด้วย มีเพียงร้อยละ 23 เท่านั้นที่เห็นด้วย เพราะปัญหาค่าครองชีพสูง หนี้สินครูมีมาก ทำประโยชน์ให้กับสังคม น่าเห็นใจ เงินเดือนน้อย เป็นต้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 938 ระบุครูควรยอมรับสภาพหนี้ที่ครูก่อไว้กับธนาคาร ในขณะที่ร้อยละ 62 ระบุไม่ควรยอมรับ ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 826 พอใจมากถึงมากที่สุด ต่อท่าทีของธนาคารออมสินกรณีแก้ปัญหาหนี้ครู เพราะธนาคารยืดหยุ่นช่วยเหลือมากแล้ว ดอกเบี้ยต่ำ มีประกันชีวิต ครอบครัวครูได้รับผลประโยชน์ เห็นคุณค่าของครูทำประโยชน์สังคม ทำให้ครูมีวินัยการเงิน และแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ เป็นต้น ร้อยละ 107 พอใจปานกลาง ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 67 พอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย เพราะปัญหาค่าครองชีพสูง ยังแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ควรให้กู้เพิ่ม เป็นต้น ที่น่าสนใจคือ สาเหตุหลักของปัญหาหนี้สินของประชาชนทั่วไป พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 895 ระบุใช้จ่ายเงินเกินตัว รองลงมาคือร้อยละ 871 ชำระหนี้ไม่ตรงเวลา, ร้อยละ 852 ไม่มีวินัย, ร้อยละ 726 ใช้เงินเพราะอยากมากกว่าจำเป็น, ร้อยละ 659 โทษเศรษฐกิจไม่ดี, ร้อยละ 643 มีค่านิยมเป็นหนี้ตามๆ กัน, ร้อยละ 532 หมุนเงินไม่เป็น, ร้อยละ 421 ถูกหลอกถูกโกง, ร้อยละ 389 เล่นพนัน และร้อยละ 344 ค้ำประกันคนอื่น ตามลำดับ วันเดียวกัน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวว่าธนาคารออมสินได้มีหนังสือแจ้งถึงสำนักงานทนายความเรื่องการฟ้องคดีกับลูกหนี้สินเชื่อครู ดังรายละเอียดตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ นั้น ธนาคาร ขอชี้แจงให้ทราบว่า ข้อความต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าว เป็นกระบวนการในการติดตามหนี้/ดำเนินคดีกับลูกหนี้ตามปกติของธนาคาร โดยเป็นการซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานของธนาคารกับกลุ่มลูกหนี้ที่ธนาคารได้มีการส่งดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้มาแล้วระยะเวลาหนึ่ง จึงไม่ใช่เป็นการเร่งรัดที่เกิดจากกรณีที่มีกลุ่มครูประกาศยุติการชำระหนี้ที่จังหวัดมหาสารคามแต่อย่างใด เป็นการปฏิบัติงานตามปกติที่ใช้กับการค้างชำระหนี้ของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งนี้ ในส่วนของสินเชื่อข้อตกลงของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวนกว่า 4 แสนล้านบาทนั้น ธนาคารได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกลุ่มบุคลากรครูและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ที่ผ่านมามีหนี้เสียเพียง 094% โดยอีก 9906% เป็นสินเชื่อที่ผ่อนชำระเป็นปกติ ส่วนลูกหนี้ที่ปัจจุบันเป็นหนี้ค้างชำระ ธนาคาร มีมาตรการในการช่วยเหลือและผ่อนปรนการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการพักชำระหนี้ หรือการลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระหนี้ดี โดยในช่วงที่ผ่านมา ลูกหนี้ค้างชำระเริ่มมีแนวโน้มมาแก้ไขหนี้/ปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ แต่ได้เข้าโครงการแก้ไขปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ธนาคารจึงไม่ได้ดำเนินคดีแต่อย่างใด ลูกหนี้ทุกรายที่มีปัญหาในการชำระหนี้สามารถเข้ามาแก้ไขหนี้กับธนาคารได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใด ทั้งลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ จนถึงลูกหนี้ที่ธนาคารได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว นายชาติชายระบุ ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษา กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครูและหนี้ครัวเรือนสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมมากกว่าปัญหาการขาดวินัยทางการเงิน การพักชำระหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้ไม่ใช่หนทางแห่งการแก้ปัญหา และเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เสนอให้มีการปรับฐานและอัตราเงินเดือนครูใหม่ตามคุณวุฒิวิชาการ วิชาชีพและคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งความรู้ความสามารถ สามารถจัดจ้างในลักษณะสัญญาจ้างที่มีโครงสร้างเงินเดือนมิได้ขึ้นอยู่กับบัญชีเงินเดือนข้าราชการ เพื่อให้สามารถเลือกครูที่เก่งเข้ามาสอนหรือเลือกผู้บริหารที่มีความสามารถเข้ามาบริหาร จากการวิเคราะห์ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบข้อเท็จจริงว่า ค่าเฉลี่ยสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ครัวเรือนที่มีหนี้ปรับเพิ่มขึ้นในภาพรวมและในทุกกลุ่มรายได้ค่าเฉลี่ยโดยรวมของกลุ่มครัวเรือนที่มีหนี้เพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2558 มาอยู่ที่ 89% ในปี 2560 ครัวเรือนส่วนใหญ่ รวมทั้งครูชั้นผู้น้อยและไม่มีตำแหน่งบริหารไม่มีเงินออมสำหรับใช้ในยามฉุกเฉินและหลังเกษียณอย่างเพียงพอ การเพิ่มขึ้นของหนี้สินนั้นเกิดขึ้นในเกือบทุกกลุ่มอาชีพที่จัดอยู่ในกลุ่มรายได้น้อยถึงปานกลาง โดยเป็นผลจากทั้งการเพิ่มขึ้นของหนี้และการลดลงของรายได้ ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นในส่วนของผู้มีฐานรายได้สูงอยู่แล้ว ในภาพรวม หนี้สินของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 13-14% อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้อาจปรับตัวดีขึ้นหากทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้มากกว่า 5% และมีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยนโยบายหรือมาตรการแทรกแซงโดยรัฐ ทั้งนี้ หากครูมีภาระหนี้สินมาก ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับรายได้และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว คุณภาพครูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายตามแผนการศึกษาชาติ คุณภาพครูไม่อาจดีได้หากครูยังมีปัญหาทางการเงินและไม่มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ ปัญหาหนี้สินครูเกิดขึ้นทั้งจากรายได้ไม่พอรายจ่าย ครูที่มาจากครอบครัวที่ยากจนมักมีภาระต้องดูแลสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ทางการเงินอีกด้วย นอกจากนี้ ครูบางส่วนขาดความรู้เรื่องการบริหารเงินออมและขาดวินัยทางการเงิน การสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพต้องอาศัยบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพสูง การแก้ปัญหาหนี้สินครูจึงมีความสำคัญและเป็นเรื่องเร่งด่วน และไม่ควรใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการพักการชำระหนี้หรือการปรับโครงสร้างหนี้เท่านั้น เพราะจะสร้างวัฒนธรรมเบี้ยวหนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาแบบไม่ยั่งยืน นายอนุสรณ์ระบุโดยนายวรพัชร เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว เล่าว่า ตนขับรถมาจากตลาดขลุงมุ่งหน้าไปตามถนนสุขุมวิท ขาออกไปจังหวัดตราด เพื่อกลับบ้านที่ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีจักรยานยนต์ วิ่งอยู่ทางด้านหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้รถยนต์ของตนพุ่งชนเข้าอย่างจังจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว บิ๊กตู่-ครม เยือนถิ่นอุบลฯ-อำนาจเจริญ เครื่องบินยังไม่ทันลงแตะพื้นดิน สวนดุสิตโพลเผยประชาชนเชื่อไปแล้ว ครมสัญจรมีนัยทางการเมือง หวังหยั่งเสียงประชาชนก่อนเลือกตั้ง แม่ทัพภาค 2 เชื่ออาจารย์-นักศึกษา มอุบลฯ ไม่ป่วนช่วงนายกฯ มาที่มหา ลัย รัฐบาลจ่อกดปุ่มอนุมัติโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง 11 หมื่นล้าน ดันโครงข่ายคมนาคมทางอากาศและรางคู่ สรรเสริญ ย้ำเดินหน้าแก้จน-เจ็บ-แล้ง ในช่วงวันที่ 23-24 กคนี้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนำคณะไปตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุบลราชธานี และอำนาจเจริญ เรื่องดังกล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 23-24 กค นายกรัฐมนตรีจะนำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุม ครมนอกสถานที่ ณ จังหวัดอำนาจเจริญและอุบลราชธานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มจังหวัดราชธานีเจริญศรีโสธร (อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร) โดยการตรวจราชการนั้น ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ การพัฒนาแพทย์แผนไทยที่มีมาตรฐานบูรณาการกับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้เพื่อสร้างสมดุลธรรมชาติ และการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ มุ่งไปสู่เป้าหมายการพัฒนากลุ่มจังหวัดคือ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและเกษตรอินทรีย์เพิ่มมูลค่า การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การค้าชายแดนได้มาตรฐานสากล พลทสรรเสริญกล่าวว่า สภาพปัญหาของพื้นที่ที่รัฐบาลเล็งเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญและต้องเร่งแก้ไข คือ รายได้ของประชาชนอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะ จยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญนั้นติด 1 ใน 10 จังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวต่ำที่สุดของประเทศ มีความก้าวหน้าด้านการศึกษาน้อย เกิดภาวะน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก และมีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ครมจะได้พิจารณาข้อเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของกลุ่มจังหวัด ได้แก่ 1การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทั้งทางถนน ทางอากาศ และทางราง เช่น ขยายช่องจราจร ขยายสนามบิน ศึกษาโครงการรถไฟทางคู่ 2การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแก้ปัญหาน้ำท่วม เช่น จัดทำแก้มลิง อาคารบังคับน้ำ ระบบส่งน้ำ 3การยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เช่น ก่อสร้างโรงงานต้นแบบเพื่อแปรรูปสินค้าเกษตร ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ และอุตสาหกรรมชีวภาพครบวงจร 4การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เช่น พัฒนาศักยภาพการให้บริการของโรงพยาบาลศูนย์ สนับสนุนศูนย์การแพทย์แผนไทย 5 การส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น พัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาช่องเม็ก จอุบลราชธานี เป็นต้น โดยนายกฯ เน้นย้ำว่าการลงพื้นที่และประชุม ครมนอกสถานที่ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการติดตามรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนโดยตรงจากประชาชน โดยขออย่ามองเป็นเรื่องการเมือง ขณะที่เฟซบุ๊กสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ได้โพสต์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครมสัญจร) ระบุว่า กลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง 2 เสนอ ครมสัญจร งบ 1 หมื่นล้าน พัฒนา 5 หมวดหลัก เน้นโครงข่ายคมนาคม ทางอากาศและรางคู่ พร้อมดันอำนาจเจริญเป็นเมืองแห่งสมุนไพร ทั้งนี้ ยังระบุว่า 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง 2 ประกอบด้วย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ เสนอโครงการพัฒนาต่อ ครมสัญจรอุบลราชธานี วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ งบประมาณกว่า 11,000 ล้านบาท พัฒนา 5 หมวดหลัก เน้นโครงข่ายคมนาคม เสนอสร้างถนนวงแหวนแห่งที่ 2 ฟื้นสนามบินเลิงนกทา จยโสธร รถไฟรางคู่วาริน-ช่องเม็ก เชื่อมถึงชายแดนไทย-ลาว นอกจากนี้ยังมีการอ้างไว้ด้วยว่า ทาง 4 จังหวัดจะเสนอโครงการพัฒนา 5 หมวดหลัก คือ 1โลจิสติกส์ หรือการคมนาคม เช่น ขยายสนามบิน รถไฟทางคู่ 2การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และแก้ปัญหาน้ำท่วม 3ยกระดับการเป็นเกษตรอินทรีย์นำร่อง 4 จังหวัด โดยเฉพาะยโสธรและอำนาจเจริญ เน้นเกษตรปลอดภัยและลดรายจ่ายของประชาชน 4พัฒนาด้านการท่องเที่ยวเชื่อมโยง ทั้งศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสานตอนล่าง 2 เชื่อมสามเหลี่ยมมรกตกับประเทศเพื่อนบ้าน และ 5ชูศักยภาพส่งเสริมเขตการค้าชายแดนให้เติบโต และพัฒนาสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 6 จากอุบลราชธานี-สาละวัน เชื่อมโยงการค้าและท่องเที่ยวกับเพื่อนบ้าน ด้านการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ก่อนที่นายกฯและหัวหน้า คสชจะเดินทางมาถึงพื้นที่ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีนักวิชาการในพื้นที่ระบุมีการส่งทหารมากดดันคณะอาจารย์นักวิชาการ รวมถึงนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเพื่อไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน พลอประยุทธ์ ในช่วงประชุม ครมสัญจรว่า ไม่ได้ไปกดดันอะไรเพราะนายกรัฐมนตรีมาประชุม ครมสัญจรที่มหาวิทยาลัยอุบลฯ ทางมหาวิทยาลัยก็ให้ความอนุเคราะห์ในเรื่องของสถานที่ และที่ผ่านมาหลายจังหวัดก็ให้ใช้สถานศึกษาในการจัดประชุม ครมสัญจร เมื่อมีการประชุม เราก็ต้องเตรียมความพร้อมในด้านการรักษาความปลอดภัย ที่จะต้องประสานงานกันทั้งตำรวจ พลเรือน และทหาร ยืนยันไม่มีใครไปกดดันไม่ให้ทำอย่างนั้นหรือทำอย่างนี้ เจ้าหน้าที่เพียงแต่เข้าไปพูดคุยชี้แจง เพราะบางครั้งจะต้องปิดการจราจรเส้นทางเข้า-ออก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่ใช้มหาวิทยาลัย เมื่อถามว่า ไม่ได้ห้ามการแสดงออกทางการเมือง ของคณะอาจารย์ นักวิชาการและนักศึกษาใช่หรือไม่ พลทธรากรกล่าวว่า ต้องดูเป็นกรณีว่าการเคลื่อนไหวผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะจะทำให้เสียภาพลักษณ์ของการเป็นเจ้าภาพของจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดเป็นเจ้าภาพที่ดี ก็ต้องแสดงออกให้อยู่ในกรอบที่ถูกต้อง ทั้งนี้เชื่อว่าไม่น่าจะมีการเคลื่อนไหวของคณะอาจารย์และนักศึกษา เพียงแต่เราขอความร่วมมือหลายอย่าง ต้องคำนึงถึงความเป็นเจ้าภาพที่ดีภาพลักษณ์การท่องเที่ยว เพราะต้องสร้างความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ นอกจากนี้ยังมีงานแห่เทียนเข้าพรรษาอีกด้วย นายกรัฐมนตรีเดินทางมาจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อมาศึกษาในกลุ่มจังหวัดว่าจะพัฒนาพื้นที่อย่างไร ทั้งเรื่องของคมนาคม การขนส่ง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไม่ได้มาดูด สสในพื้นที่อย่างที่ฝ่ายการเมืองพยายามสร้างกระแส แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว วันเดียวกันนี้ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,132 คน ระหว่างวันที่ 17-21 กรกฎาคม 2561 สรุปผลได้ ดังนี้ ผลสำรวจได้ถามว่า ประชาชนคิดอย่างไร? กับ ครมสัญจร ที่จังหวัดอำนาจเจริญและอุบลราชธานีพบว่า คนส่วนใหญ่มองว่าอยากให้การลงพื้นที่เป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างแท้จริง 5022% ตามมาด้วย อันดับ 2 อาจมีนัยทางการเมืองเกี่ยวกับการหาเสียง ดูด สสตามที่เป็นข่าว 3338%, อันดับ 3 ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง หรือหาประโยชน์จากเรื่องนี้ 2674% สำหรับคำถามที่ว่า ประชาชนคิดว่าการจัด ครมสัญจรครั้งนี้มีนัยทางการเมืองหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ ตอบว่า มีนัยทางการเมือง 6121% โดยมองว่าเป็นการลงพื้นที่เพื่อหยั่งเสียงประชาชน มีความข้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ต้องการดูกระแสตอบรับของประชาชน, อันดับ 2 ตอบว่าไม่มี 3879% เพราะเป็นการประชุม ครมสัญจรปกติ ไม่น่ามีนัยแฝง รัฐบาลต้องการเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น และเมื่อถามว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ กับ กระแสข่าวการประชุมครั้งนี้ว่าเป็นการ ดูด สส คนส่วนใหญ่ตอบว่า ไม่แน่ใจ 4770% เพราะไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหว ยังไม่ชัดเจน และอันดับ 2 ตอบว่าเห็นด้วย 3101% เพราะรัฐบาลต้องการสร้างฐานเสียง ขยายกลุ่มนักการเมืองที่มีอยู่ หาสมาชิกเพิ่มเพื่อให้ตรงใจประชาชน บทเรียนที่สำคัญประการหนึ่งพรรคการเมืองมักคิดเตรียมการเลือกตั้งเพื่อให้ชนะเลือกตั้งและร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพื่อปันผลประโยชน์กันเท่านั้นจนทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายและไม่ไว้วางใจนักการเมืองมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะกระบวนการจัดทำนโยบายสาธารณะของพรรคการเมือง หมดเวลาแล้วที่นักการเมืองจะคิดฝ่ายเดียว เชื่อเอง เออเอง ทำเอง หรือเป็นผู้รับเหมาทำแทนประชาชนไปเสียทั้งหมด

โผล่อีกชิ้นส่วนศพลอยอยู่ในคลองแสนแสบ 2 จุด คาดเป็นของศพครึ่งท่อนที่พบเมื่อวันเสาร์หลังห้างดัง ตำรวจรู้แล้วเป็นชายเร่ร่อนชาวกำแพงเพชร ประวัติเคยต้องคดีบุกรุก และเมาแล้วขับ คาดถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วผู้ก่อเหตุชำแหละศพทิ้งน้ำอำพรางคดี พตอกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า กรณีพบศพชายอายุประมาณ 40-50 ปี ถูกฆาตกรรมชำแหละชิ้นส่วนทิ้งน้ำ คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อของผู้เสียชีวิตแล้ว โดยคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ตนได้รายงานให้ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร รับทราบแล้ว ท่านได้กำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนต้องเร่งคลี่คลายคดี ในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อวันเสาร์ ตำรวจ สนหัวหมากรับแจ้งพบศพชายลอยน้ำในคลองแสนแสบ บริเวณแยกคลองจิก ท้ายซอยรามคำแหง 85/3 ด้านหลังห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบ พบศพเป็นชายอายุประมาณ 40-50 ปี มีร่องรอยถูกทำร้าย มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมบริเวณขมับซ้ายถึงศีรษะ ใต้ราวนมขวา บริเวณสะบักซ้าย และถูกตัดเหลือครึ่งลำตัวส่วนบน เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครและถูกทำร้ายที่ใด ได้ส่งศพไปตรวจหาสาเหตุการตายโดยละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พลตตธีระพงษ์ วงศ์รัฐพิทักษ์ ผบกน4 กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพศพมีแผลถูกฟันที่ด้านหลังและที่ศีรษะ ที่ดวงตาฟกช้ำ ลิ้นจุกปาก คาดว่าถูกฆ่าหั่นศพมาจากที่อื่นในรัศมี 2 กิโลเมตร ขณะนี้สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนในพื้นที่นครบาล 4 ปูพรมหาชิ้นส่วนท่อนล่างของผู้ตายตามคลองแสนแสบและคลองซอย ประตูระบายน้ำ รวมถึงตามชุมชนริมน้ำ พร้อมสั่งตรวจสอบการแจ้งความบุคคลสูญหายในช่วง 5 วันที่ผ่านมา เพื่อให้ทราบว่าคนตายเป็นใคร เป็นคนในพื้นที่หรือไม่ สาเหตุคาดว่าจะทะเลาะกันก่อนทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วนำมาทิ้งคลอง มีรายงานคืบหน้าด้วยว่า เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 1000 น รตอธงชัย สว่างจิตร รองสารวัตร (สอบสวน) สนวังทองหลาง รับแจ้งพบชิ้นส่วนมนุษย์ภายในคลองแสนแสบ ใกล้บึงพระรามที่ 9 บ่อที่ 3 ถนนพระรามที่ 9 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พตอสุริยา นาคแก้ว รอง ผบกน4, พตอสิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกกสนวังทองหลาง, พตทสุภชัย เพชรช่วย สวปสนวังทองหลาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สนวังทองหลาง กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพตร และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ภายในคลองดังกล่าวใกล้ทางเข้าอุโมงค์ยักษ์ พบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เจ้าหน้าที่จึงใช้เชือกผูกลากขึ้นมา ตรวจสอบพบเป็นชิ้นส่วนต้นขาท่อนบน ความยาวประมาณ 45 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พตอสุริยากล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นชิ้นส่วนของชายนิรนามที่พบศพครึ่งท่อนภายในคลองแสนแสบ ช่วงด้านหลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยหลังจากนี้จะนำชิ้นส่วนมนุษย์ส่งสถาบันนิติเวชวิทยา รพตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลต่อไป พตอกฤษณะกล่าวว่า เมื่อเวลาเที่ยงเศษ วันเดียวกัน ตำรวจ สนหัวหมากยังได้รับแจ้งพบอวัยวะคล้ายชิ้นส่วนศพมนุษย์ลอยอยู่ในคลองแสนแสบ หลังสำนักงานเขตบางกะปิ อยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อนำมาพิสูจน์ต่อไป มีรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจทราบแล้วว่าผู้ตายคือนายวินัย อายุ 46 ปี ชาว จกำแพงเพชร มีประวัติคดีบุกรุกในเวลากลางคืน ท้องที่ สนหัวหมาก เมื่อปี 2542 และคดีเมาแล้วขับ ท้องที่ สนลาดพร้าว เมื่อปี 2550 ผู้ตายไม่มีอาชีพและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่อาศัยอยู่ย่านแฮปปี้แลนด์ มีนิสัยชอบดื่มสุรา คาดว่าถูกทำร้ายและอำพรางศพด้วยการแยกชิ้นส่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาจุดสุดท้ายที่ผู้ตายอยู่ พร้อมประสานญาติเข้าให้ข้อมูลต่อไปเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล (5 อันดับแรก) พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 3119 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 2188 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 3 ร้อยละ 1647 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 4 ร้อยละ 963 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่ อันดับ 5 ร้อยละ 207 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย สาวพนักงานคลินิกเสริมความงามเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีสาวทอมคู่รักทำร้ายร่างกายด้วยการใช้หมวกกันน็อกฟาดหัว จิกผม จับหน้าโขกกับพื้นปูน ตบตีแล้วเตะซ้ำ จนฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก เตรียมเข้ารับการผ่าตัด เหตุแค่เอามือถืออีกฝ่ายมาเปิดดูไลน์ กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แม่ผู้เสียหายเผยเรียก 1 แสน คู่กรณีต่อเหลือ 5 หมื่น แต่พอเห็นบาดแผลรับไม่ได้ ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 5 นาที เป็นภาพของหญิงสาวและแฟนลักษณะเป็นสาวทอม เกิดมีปากเสียงก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกัน ภายในบริเวณลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่อุทิศ แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม เมื่อเวลา 0100 นเศษ วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สร้างความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้เห็นคลิป คือการที่สาวทอมใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะแฟนสาว คือ นสพิมพ์พิไล ปักษี หรือน้องฟาง ก่อนที่จะตบตีจนน้องฟางล้มลง จิกผม จับศีรษะโขกพื้นปูน แล้วเตะซ้ำ ซึ่งต่อมามีผู้โพสต์ภาพน้องฟางหลังถูกทำร้าย ใบหน้าช้ำบวม ตาขวาปิด ปากบวมเจ่อ มีบาดแผลปริแตก หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดมีผู้รับชมคลิปมากกว่า 25 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กครายอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ตำหนิการกระทำที่รุนแรงของทอมสาวคนดังกล่าวอีกทั้งมีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกันมานานถึง 7 ปี ขณะที่ญาติน้องฟางเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ น้องฟางเข้ารักษาตัวที่ รพมงกุฎวัฒนะ โดยแพทย์นัดอีกครั้งวันอาทิตย์เพื่อนำใบรับรองแพทย์ให้พนักงานสอบสวน สนพหลโยธิน หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และในวันที่ 27 กคนี้ แพทย์นัดผ่าตัดทำศัลยกรรมฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก ด้านเฟซบุ๊กThikampron Kaain เผยอาการน้องฟางเมื่อวันอาทิตย์ว่า ตอนนี้อาการน้องพอทานโจ๊กได้บ้างแล้วค่ะ แต่ยายังมีละลายน้ำบ้าง ถ้าเม็ดใหญ่ อาการบวมที่หน้าลดลงบ้างแล้วค่ะ เหลือรอยเขียวช้ำ ตอนนี้กำลังพาน้องไปพบหมอเพื่อติดตามอาการ แล้วช่วงเย็นเข้าแจ้งความ ในช่วงบ่าย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่มารดาน้องฟางไปขอความช่วยเหลือ ได้พาน้องฟางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายที่ รพมงกุฎวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไปดื่มที่หอของเพื่อนพร้อมแฟน จนกระทั่งแฟนเมาและหลับไป จึงหยิบโทรศัพท์ของแฟนมาปลดล็อกเพื่อที่จะเปิดไลน์ดู แต่รหัสถูกเปลี่ยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเปิดได้ จึงมีปากเสียงกัน และบอกว่าให้แยกกันอยู่ ก่อนที่ตนเองจะกระชากกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับที่พัก จากนั้นจึงมีการทำร้ายร่างกายกันตามที่ปรากฏภาพในคลิป ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ร้องให้ใครช่วย เพราะตนเองก็สู้เหมือนกัน จนกระทั่งมีผู้หญิงเสื้อดำมาห้าม แฟนของตนเองจึงขี่รถกลับออกไป ส่วนในภาพที่เห็นคนอื่นๆ ไม่ช่วยห้ามเพราะว่าไม่มีคีย์การ์ดออกจากภายในตึก ขณะที่ผู้ชายเสื้อขาวที่เดินผ่านไปมาเป็นผู้ดูแลตึก คาดว่าเป็นคนที่แจ้งตำรวจ ด้านแม่ของ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางฝั่งคู่กรณีได้ติดต่อมาขอเจรจา ตนเรียกค่าเสียหายไป 1 แสนบาท แต่ฝั่งคู่กรณีจะจ่าย 5 หมื่นบาท ตนไม่ยอม และเมื่อเห็นบาดแผลของลูกสาว ก็ไม่คิดจะเรียกค่าเสียหายและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขณะที่นางปวีณากล่าวว่า ทางญาติของ นสพิมพ์พิไลได้ร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาฯ วันนี้พามาตรวจร่างกาย เบื้องต้นมีอาการชาที่หน้าข้างซ้าย เกี่ยวกับเส้นประสาท แพทย์นัดผ่าตัดในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หลังจากนี้จะนำผลการตรวจของแพทย์ไปใช้ประกอบการแจ้งความที่ สนพหลโยธิน ต่อมาเวลา 1600 น นางปวีณาได้นำตัว นสพิมพ์พิไล พนักงานคลินิกเสริมความงาม หญิงสาวที่ถูกสาวทอมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เข้าพบ พตออิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกกสนพหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นสกาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอมผู้ทำร้ายร่างกาย ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 จนใบหน้าบวมปูดอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 0146 นของวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นสทิฆัมพร พิมให้ผล ลูกพี่ลูกน้องของ นสพิมพ์พิไล ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวในโลกออนไลน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้ไปขอภาพวงจรปิดที่หอพัก จากนั้นได้นำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่จะมีการแชร์ไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากมีการแชร์กันไปจำนวนมาก ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้โทรมาข่มขู่แม่ของผู้เสียหาย และฝากบอกให้ตนเองลบคลิป อ้างว่ามีการเจรจาพูดคุยกันแล้ว และขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ตนยืนยันจะไม่ลบคลิปดังกล่าว และทางครอบครัวผู้เสียหายก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้าน พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากนี้เมื่อผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ และหลังจากได้สอบปากคำแล้ว ตำรวจจะรอผลการตรวจร่างกายน้องฟางอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากคลิปเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์การกระทำผิดเข้าข่ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนจะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายสาหัสหรือไม่นั้น จะต้องรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์อีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ได้ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ตำรวจจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าส่งหมายเรียกไปสองครั้งแล้วยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็อาจจะเป็นเหตุในการออกหมายจับได้ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกันก่อนหน้านี้หรือไม่ พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้ามีการพูดคุยกันเองไปแล้วระหว่างคู่ความ ซึ่งตอนนั้นมีการลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บต้องรีบเข้ารับการรักษาพยาบาล ส่วนที่ภาพวงจรปิดปรากฏมีบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจะมีความผิดหรือไม่นั้น ในส่วนนี้จะต้องดูผลการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะสรุปผลแจ้งข้อหาใคร ส่วนพฤติการณ์จะไปถึงขั้นพยายามฆ่าหรือไม่นั้น จากที่ปรากฏเบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าว ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวนายอองโซอู ชาวเมียนมา คนดูแลอาคารดังกล่าว และปรากฏในคลิปว่าไม่เข้าให้การช่วยเหลือ มาสอบปากคำ โดยนายอองโซอูให้การว่า ขณะเกิดเหตุหญิงทอมได้ข่มขู่ห้ามเข้ามายุ่ง จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ สาวพนักงานคลินิกเสริมความงามเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีสาวทอมคู่รักทำร้ายร่างกายด้วยการใช้หมวกกันน็อกฟาดหัว จิกผม จับหน้าโขกกับพื้นปูน ตบตีแล้วเตะซ้ำ จนฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก เตรียมเข้ารับการผ่าตัด เหตุแค่เอามือถืออีกฝ่ายมาเปิดดูไลน์ กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แม่ผู้เสียหายเผยเรียก 1 แสน คู่กรณีต่อเหลือ 5 หมื่น แต่พอเห็นบาดแผลรับไม่ได้ ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 5 นาที เป็นภาพของหญิงสาวและแฟนลักษณะเป็นสาวทอม เกิดมีปากเสียงก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกัน ภายในบริเวณลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่อุทิศ แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม เมื่อเวลา 0100 นเศษ วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สร้างความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้เห็นคลิป คือการที่สาวทอมใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะแฟนสาว คือ นสพิมพ์พิไล ปักษี หรือน้องฟาง ก่อนที่จะตบตีจนน้องฟางล้มลง จิกผม จับศีรษะโขกพื้นปูน แล้วเตะซ้ำ ซึ่งต่อมามีผู้โพสต์ภาพน้องฟางหลังถูกทำร้าย ใบหน้าช้ำบวม ตาขวาปิด ปากบวมเจ่อ มีบาดแผลปริแตก หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดมีผู้รับชมคลิปมากกว่า 25 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กครายอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ตำหนิการกระทำที่รุนแรงของทอมสาวคนดังกล่าวอีกทั้งมีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกันมานานถึง 7 ปี ขณะที่ญาติน้องฟางเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ น้องฟางเข้ารักษาตัวที่ รพมงกุฎวัฒนะ โดยแพทย์นัดอีกครั้งวันอาทิตย์เพื่อนำใบรับรองแพทย์ให้พนักงานสอบสวน สนพหลโยธิน หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และในวันที่ 27 กคนี้ แพทย์นัดผ่าตัดทำศัลยกรรมฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก ด้านเฟซบุ๊กThikampron Kaain เผยอาการน้องฟางเมื่อวันอาทิตย์ว่า ตอนนี้อาการน้องพอทานโจ๊กได้บ้างแล้วค่ะ แต่ยายังมีละลายน้ำบ้าง ถ้าเม็ดใหญ่ อาการบวมที่หน้าลดลงบ้างแล้วค่ะ เหลือรอยเขียวช้ำ ตอนนี้กำลังพาน้องไปพบหมอเพื่อติดตามอาการ แล้วช่วงเย็นเข้าแจ้งความ ในช่วงบ่าย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่มารดาน้องฟางไปขอความช่วยเหลือ ได้พาน้องฟางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายที่ รพมงกุฎวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไปดื่มที่หอของเพื่อนพร้อมแฟน จนกระทั่งแฟนเมาและหลับไป จึงหยิบโทรศัพท์ของแฟนมาปลดล็อกเพื่อที่จะเปิดไลน์ดู แต่รหัสถูกเปลี่ยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเปิดได้ จึงมีปากเสียงกัน และบอกว่าให้แยกกันอยู่ ก่อนที่ตนเองจะกระชากกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับที่พัก จากนั้นจึงมีการทำร้ายร่างกายกันตามที่ปรากฏภาพในคลิป ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ร้องให้ใครช่วย เพราะตนเองก็สู้เหมือนกัน จนกระทั่งมีผู้หญิงเสื้อดำมาห้าม แฟนของตนเองจึงขี่รถกลับออกไป ส่วนในภาพที่เห็นคนอื่นๆ ไม่ช่วยห้ามเพราะว่าไม่มีคีย์การ์ดออกจากภายในตึก ขณะที่ผู้ชายเสื้อขาวที่เดินผ่านไปมาเป็นผู้ดูแลตึก คาดว่าเป็นคนที่แจ้งตำรวจ ด้านแม่ของ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางฝั่งคู่กรณีได้ติดต่อมาขอเจรจา ตนเรียกค่าเสียหายไป 1 แสนบาท แต่ฝั่งคู่กรณีจะจ่าย 5 หมื่นบาท ตนไม่ยอม และเมื่อเห็นบาดแผลของลูกสาว ก็ไม่คิดจะเรียกค่าเสียหายและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขณะที่นางปวีณากล่าวว่า ทางญาติของ นสพิมพ์พิไลได้ร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาฯ วันนี้พามาตรวจร่างกาย เบื้องต้นมีอาการชาที่หน้าข้างซ้าย เกี่ยวกับเส้นประสาท แพทย์นัดผ่าตัดในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หลังจากนี้จะนำผลการตรวจของแพทย์ไปใช้ประกอบการแจ้งความที่ สนพหลโยธิน ต่อมาเวลา 1600 น นางปวีณาได้นำตัว นสพิมพ์พิไล พนักงานคลินิกเสริมความงาม หญิงสาวที่ถูกสาวทอมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เข้าพบ พตออิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกกสนพหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นสกาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอมผู้ทำร้ายร่างกาย ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 จนใบหน้าบวมปูดอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 0146 นของวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นสทิฆัมพร พิมให้ผล ลูกพี่ลูกน้องของ นสพิมพ์พิไล ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวในโลกออนไลน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้ไปขอภาพวงจรปิดที่หอพัก จากนั้นได้นำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่จะมีการแชร์ไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากมีการแชร์กันไปจำนวนมาก ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้โทรมาข่มขู่แม่ของผู้เสียหาย และฝากบอกให้ตนเองลบคลิป อ้างว่ามีการเจรจาพูดคุยกันแล้ว และขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ตนยืนยันจะไม่ลบคลิปดังกล่าว และทางครอบครัวผู้เสียหายก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้าน พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากนี้เมื่อผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ และหลังจากได้สอบปากคำแล้ว ตำรวจจะรอผลการตรวจร่างกายน้องฟางอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากคลิปเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์การกระทำผิดเข้าข่ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนจะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายสาหัสหรือไม่นั้น จะต้องรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์อีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ได้ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ตำรวจจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าส่งหมายเรียกไปสองครั้งแล้วยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็อาจจะเป็นเหตุในการออกหมายจับได้ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกันก่อนหน้านี้หรือไม่ พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้ามีการพูดคุยกันเองไปแล้วระหว่างคู่ความ ซึ่งตอนนั้นมีการลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บต้องรีบเข้ารับการรักษาพยาบาล ส่วนที่ภาพวงจรปิดปรากฏมีบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจะมีความผิดหรือไม่นั้น ในส่วนนี้จะต้องดูผลการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะสรุปผลแจ้งข้อหาใคร ส่วนพฤติการณ์จะไปถึงขั้นพยายามฆ่าหรือไม่นั้น จากที่ปรากฏเบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าว ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวนายอองโซอู ชาวเมียนมา คนดูแลอาคารดังกล่าว และปรากฏในคลิปว่าไม่เข้าให้การช่วยเหลือ มาสอบปากคำ โดยนายอองโซอูให้การว่า ขณะเกิดเหตุหญิงทอมได้ข่มขู่ห้ามเข้ามายุ่ง จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ

อ่าน(224) | แสดงความคิดเห็น(88) | ส่งต่อ(419) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เฉิน Mugong 2021-06-18

ชูฮุย คิง ดังนั้นการมีเสียง สสอยู่ในมือแค่ไม่กี่ร้อย จะไปทำอะไรได้!!! ยิ่งถ้าหาก มวลชน ออกอาการระส่ำระสาย เปลี่ยนความรู้สึก เปลี่ยนจิตสำนึก แบบจำอุดมคติ อุดมการณ์ เดิมๆ แทบไม่ได้ อันนี้นี่แหละมันเลยออกจะหนักไปทาง มีแต่แห้งกับแห้ง หัวหาย หางขาด ท่อน้ำเลี้ยงอุดตัน ตั้งท่า ตั้งรูปขบวนแทบไม่ได้ แค่จะเอาใครมาเป็นหัว เป็นยี่ห้อ ยังหาข้อสรุปไม่เจอจนบัดนี้ แล้วหางมันจะไปเหลืออะไร ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน เลือดมันจึงไหลไม่หยุด ซึ่งก็น่าสมเพช เวทนา อยู่ไม่น้อยแต่ทำไงได้ ในเมื่อด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้สิ่งนี้มันเลยต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรม หรือกฎอิทัปปัจจยตานั่นเอง

ส่วนที่องค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ อสังขละบุรี จกาญจนบุรี ซึ่งตั้งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บรรยากาศเต็มไปด้วยชาวบ้าน ที่อพยพเดินทางออกมาจากหมู่บ้านสะเน่พ่อง กว่า200คน โดยทางป้องกันภัยจกาญจนบุรีได้นำเต๊นพัก มากางบริเวณสนามหญ้า ให้ชาวบ้านที่อพยพมาได้พัก แต่ไม่เพียงพอกับประชาชนกว่า200คน ที่มีจำนวนมากกว่า จึงจัดเตรียมที่พักนอนเพิ่มให้ บริเวณในอาคารอเนกประสงค์

สิงโต 2021-06-18 13:01:07

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพพร้อมตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพขลุงมูลนิธิ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลขลุงเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจสอบก่อนเชิญตัวคนขับรถยนต์เก๋ง มาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในลำดับต่อไป

ส่งเครื่องมือ ชองเจิ้ง 2021-06-18 13:01:07

ต้องยอมรับว่าหลายคนพุ่งเป้าไปที่อาหารฟาสต์ฟู้ดกันมากพอสมควร ก็มีค่ายยักษ์ใหญ่ได้ออกมาชี้แจง อย่างบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือรู้จักกันในนามร้านไก่ทอดชื่อดัง เคเอฟซี ขอยืนยันว่าเมนูอาหารทุกเมนูที่จำหน่ายในร้านเคเอฟซี ประเทศไทย ปลอดจากไขมันทรานส์ 100% เนื่องจากเคเอฟซี ประเทศไทยได้ดำเนินตามนโยบายบริษัทแม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในการยกเลิกการจำหน่ายอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์มาตั้งแต่ปี 2558 โดยได้ทำงานร่วมกับคู่ค้าผู้จำหน่ายวัตถุดิบทุกรายในการเลิกใช้ส่วนผสมที่สามารถทำให้เกิดไขมันทรานส์ออกไป, โผล่อีกชิ้นส่วนศพลอยอยู่ในคลองแสนแสบ 2 จุด คาดเป็นของศพครึ่งท่อนที่พบเมื่อวันเสาร์หลังห้างดัง ตำรวจรู้แล้วเป็นชายเร่ร่อนชาวกำแพงเพชร ประวัติเคยต้องคดีบุกรุก และเมาแล้วขับ คาดถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วผู้ก่อเหตุชำแหละศพทิ้งน้ำอำพรางคดี พตอกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า กรณีพบศพชายอายุประมาณ 40-50 ปี ถูกฆาตกรรมชำแหละชิ้นส่วนทิ้งน้ำ คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อของผู้เสียชีวิตแล้ว โดยคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ตนได้รายงานให้ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร รับทราบแล้ว ท่านได้กำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนต้องเร่งคลี่คลายคดี ในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อวันเสาร์ ตำรวจ สนหัวหมากรับแจ้งพบศพชายลอยน้ำในคลองแสนแสบ บริเวณแยกคลองจิก ท้ายซอยรามคำแหง 85/3 ด้านหลังห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบ พบศพเป็นชายอายุประมาณ 40-50 ปี มีร่องรอยถูกทำร้าย มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมบริเวณขมับซ้ายถึงศีรษะ ใต้ราวนมขวา บริเวณสะบักซ้าย และถูกตัดเหลือครึ่งลำตัวส่วนบน เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครและถูกทำร้ายที่ใด ได้ส่งศพไปตรวจหาสาเหตุการตายโดยละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พลตตธีระพงษ์ วงศ์รัฐพิทักษ์ ผบกน4 กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพศพมีแผลถูกฟันที่ด้านหลังและที่ศีรษะ ที่ดวงตาฟกช้ำ ลิ้นจุกปาก คาดว่าถูกฆ่าหั่นศพมาจากที่อื่นในรัศมี 2 กิโลเมตร ขณะนี้สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนในพื้นที่นครบาล 4 ปูพรมหาชิ้นส่วนท่อนล่างของผู้ตายตามคลองแสนแสบและคลองซอย ประตูระบายน้ำ รวมถึงตามชุมชนริมน้ำ พร้อมสั่งตรวจสอบการแจ้งความบุคคลสูญหายในช่วง 5 วันที่ผ่านมา เพื่อให้ทราบว่าคนตายเป็นใคร เป็นคนในพื้นที่หรือไม่ สาเหตุคาดว่าจะทะเลาะกันก่อนทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วนำมาทิ้งคลอง มีรายงานคืบหน้าด้วยว่า เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 1000 น รตอธงชัย สว่างจิตร รองสารวัตร (สอบสวน) สนวังทองหลาง รับแจ้งพบชิ้นส่วนมนุษย์ภายในคลองแสนแสบ ใกล้บึงพระรามที่ 9 บ่อที่ 3 ถนนพระรามที่ 9 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พตอสุริยา นาคแก้ว รอง ผบกน4, พตอสิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกกสนวังทองหลาง, พตทสุภชัย เพชรช่วย สวปสนวังทองหลาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สนวังทองหลาง กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพตร และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ภายในคลองดังกล่าวใกล้ทางเข้าอุโมงค์ยักษ์ พบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เจ้าหน้าที่จึงใช้เชือกผูกลากขึ้นมา ตรวจสอบพบเป็นชิ้นส่วนต้นขาท่อนบน ความยาวประมาณ 45 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พตอสุริยากล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นชิ้นส่วนของชายนิรนามที่พบศพครึ่งท่อนภายในคลองแสนแสบ ช่วงด้านหลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยหลังจากนี้จะนำชิ้นส่วนมนุษย์ส่งสถาบันนิติเวชวิทยา รพตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลต่อไป พตอกฤษณะกล่าวว่า เมื่อเวลาเที่ยงเศษ วันเดียวกัน ตำรวจ สนหัวหมากยังได้รับแจ้งพบอวัยวะคล้ายชิ้นส่วนศพมนุษย์ลอยอยู่ในคลองแสนแสบ หลังสำนักงานเขตบางกะปิ อยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อนำมาพิสูจน์ต่อไป มีรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจทราบแล้วว่าผู้ตายคือนายวินัย อายุ 46 ปี ชาว จกำแพงเพชร มีประวัติคดีบุกรุกในเวลากลางคืน ท้องที่ สนหัวหมาก เมื่อปี 2542 และคดีเมาแล้วขับ ท้องที่ สนลาดพร้าว เมื่อปี 2550 ผู้ตายไม่มีอาชีพและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่อาศัยอยู่ย่านแฮปปี้แลนด์ มีนิสัยชอบดื่มสุรา คาดว่าถูกทำร้ายและอำพรางศพด้วยการแยกชิ้นส่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาจุดสุดท้ายที่ผู้ตายอยู่ พร้อมประสานญาติเข้าให้ข้อมูลต่อไป。 สาวพนักงานคลินิกเสริมความงามเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีสาวทอมคู่รักทำร้ายร่างกายด้วยการใช้หมวกกันน็อกฟาดหัว จิกผม จับหน้าโขกกับพื้นปูน ตบตีแล้วเตะซ้ำ จนฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก เตรียมเข้ารับการผ่าตัด เหตุแค่เอามือถืออีกฝ่ายมาเปิดดูไลน์ กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แม่ผู้เสียหายเผยเรียก 1 แสน คู่กรณีต่อเหลือ 5 หมื่น แต่พอเห็นบาดแผลรับไม่ได้ ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 5 นาที เป็นภาพของหญิงสาวและแฟนลักษณะเป็นสาวทอม เกิดมีปากเสียงก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกัน ภายในบริเวณลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่อุทิศ แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม เมื่อเวลา 0100 นเศษ วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สร้างความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้เห็นคลิป คือการที่สาวทอมใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะแฟนสาว คือ นสพิมพ์พิไล ปักษี หรือน้องฟาง ก่อนที่จะตบตีจนน้องฟางล้มลง จิกผม จับศีรษะโขกพื้นปูน แล้วเตะซ้ำ ซึ่งต่อมามีผู้โพสต์ภาพน้องฟางหลังถูกทำร้าย ใบหน้าช้ำบวม ตาขวาปิด ปากบวมเจ่อ มีบาดแผลปริแตก หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดมีผู้รับชมคลิปมากกว่า 25 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กครายอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ตำหนิการกระทำที่รุนแรงของทอมสาวคนดังกล่าวอีกทั้งมีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกันมานานถึง 7 ปี ขณะที่ญาติน้องฟางเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ น้องฟางเข้ารักษาตัวที่ รพมงกุฎวัฒนะ โดยแพทย์นัดอีกครั้งวันอาทิตย์เพื่อนำใบรับรองแพทย์ให้พนักงานสอบสวน สนพหลโยธิน หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และในวันที่ 27 กคนี้ แพทย์นัดผ่าตัดทำศัลยกรรมฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก ด้านเฟซบุ๊กThikampron Kaain เผยอาการน้องฟางเมื่อวันอาทิตย์ว่า ตอนนี้อาการน้องพอทานโจ๊กได้บ้างแล้วค่ะ แต่ยายังมีละลายน้ำบ้าง ถ้าเม็ดใหญ่ อาการบวมที่หน้าลดลงบ้างแล้วค่ะ เหลือรอยเขียวช้ำ ตอนนี้กำลังพาน้องไปพบหมอเพื่อติดตามอาการ แล้วช่วงเย็นเข้าแจ้งความ ในช่วงบ่าย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่มารดาน้องฟางไปขอความช่วยเหลือ ได้พาน้องฟางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายที่ รพมงกุฎวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไปดื่มที่หอของเพื่อนพร้อมแฟน จนกระทั่งแฟนเมาและหลับไป จึงหยิบโทรศัพท์ของแฟนมาปลดล็อกเพื่อที่จะเปิดไลน์ดู แต่รหัสถูกเปลี่ยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเปิดได้ จึงมีปากเสียงกัน และบอกว่าให้แยกกันอยู่ ก่อนที่ตนเองจะกระชากกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับที่พัก จากนั้นจึงมีการทำร้ายร่างกายกันตามที่ปรากฏภาพในคลิป ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ร้องให้ใครช่วย เพราะตนเองก็สู้เหมือนกัน จนกระทั่งมีผู้หญิงเสื้อดำมาห้าม แฟนของตนเองจึงขี่รถกลับออกไป ส่วนในภาพที่เห็นคนอื่นๆ ไม่ช่วยห้ามเพราะว่าไม่มีคีย์การ์ดออกจากภายในตึก ขณะที่ผู้ชายเสื้อขาวที่เดินผ่านไปมาเป็นผู้ดูแลตึก คาดว่าเป็นคนที่แจ้งตำรวจ ด้านแม่ของ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางฝั่งคู่กรณีได้ติดต่อมาขอเจรจา ตนเรียกค่าเสียหายไป 1 แสนบาท แต่ฝั่งคู่กรณีจะจ่าย 5 หมื่นบาท ตนไม่ยอม และเมื่อเห็นบาดแผลของลูกสาว ก็ไม่คิดจะเรียกค่าเสียหายและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขณะที่นางปวีณากล่าวว่า ทางญาติของ นสพิมพ์พิไลได้ร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาฯ วันนี้พามาตรวจร่างกาย เบื้องต้นมีอาการชาที่หน้าข้างซ้าย เกี่ยวกับเส้นประสาท แพทย์นัดผ่าตัดในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หลังจากนี้จะนำผลการตรวจของแพทย์ไปใช้ประกอบการแจ้งความที่ สนพหลโยธิน ต่อมาเวลา 1600 น นางปวีณาได้นำตัว นสพิมพ์พิไล พนักงานคลินิกเสริมความงาม หญิงสาวที่ถูกสาวทอมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เข้าพบ พตออิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกกสนพหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นสกาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอมผู้ทำร้ายร่างกาย ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 จนใบหน้าบวมปูดอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 0146 นของวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นสทิฆัมพร พิมให้ผล ลูกพี่ลูกน้องของ นสพิมพ์พิไล ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวในโลกออนไลน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้ไปขอภาพวงจรปิดที่หอพัก จากนั้นได้นำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่จะมีการแชร์ไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากมีการแชร์กันไปจำนวนมาก ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้โทรมาข่มขู่แม่ของผู้เสียหาย และฝากบอกให้ตนเองลบคลิป อ้างว่ามีการเจรจาพูดคุยกันแล้ว และขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ตนยืนยันจะไม่ลบคลิปดังกล่าว และทางครอบครัวผู้เสียหายก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้าน พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากนี้เมื่อผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ และหลังจากได้สอบปากคำแล้ว ตำรวจจะรอผลการตรวจร่างกายน้องฟางอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากคลิปเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์การกระทำผิดเข้าข่ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนจะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายสาหัสหรือไม่นั้น จะต้องรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์อีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ได้ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ตำรวจจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าส่งหมายเรียกไปสองครั้งแล้วยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็อาจจะเป็นเหตุในการออกหมายจับได้ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกันก่อนหน้านี้หรือไม่ พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้ามีการพูดคุยกันเองไปแล้วระหว่างคู่ความ ซึ่งตอนนั้นมีการลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บต้องรีบเข้ารับการรักษาพยาบาล ส่วนที่ภาพวงจรปิดปรากฏมีบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจะมีความผิดหรือไม่นั้น ในส่วนนี้จะต้องดูผลการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะสรุปผลแจ้งข้อหาใคร ส่วนพฤติการณ์จะไปถึงขั้นพยายามฆ่าหรือไม่นั้น จากที่ปรากฏเบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าว ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวนายอองโซอู ชาวเมียนมา คนดูแลอาคารดังกล่าว และปรากฏในคลิปว่าไม่เข้าให้การช่วยเหลือ มาสอบปากคำ โดยนายอองโซอูให้การว่า ขณะเกิดเหตุหญิงทอมได้ข่มขู่ห้ามเข้ามายุ่ง จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ。

Lu Xiaobai 2021-06-18 13:01:07

สาวพนักงานคลินิกเสริมความงามเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีสาวทอมคู่รักทำร้ายร่างกายด้วยการใช้หมวกกันน็อกฟาดหัว จิกผม จับหน้าโขกกับพื้นปูน ตบตีแล้วเตะซ้ำ จนฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก เตรียมเข้ารับการผ่าตัด เหตุแค่เอามือถืออีกฝ่ายมาเปิดดูไลน์ กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แม่ผู้เสียหายเผยเรียก 1 แสน คู่กรณีต่อเหลือ 5 หมื่น แต่พอเห็นบาดแผลรับไม่ได้ ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 5 นาที เป็นภาพของหญิงสาวและแฟนลักษณะเป็นสาวทอม เกิดมีปากเสียงก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกัน ภายในบริเวณลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่อุทิศ แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม เมื่อเวลา 0100 นเศษ วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สร้างความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้เห็นคลิป คือการที่สาวทอมใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะแฟนสาว คือ นสพิมพ์พิไล ปักษี หรือน้องฟาง ก่อนที่จะตบตีจนน้องฟางล้มลง จิกผม จับศีรษะโขกพื้นปูน แล้วเตะซ้ำ ซึ่งต่อมามีผู้โพสต์ภาพน้องฟางหลังถูกทำร้าย ใบหน้าช้ำบวม ตาขวาปิด ปากบวมเจ่อ มีบาดแผลปริแตก หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดมีผู้รับชมคลิปมากกว่า 25 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กครายอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ตำหนิการกระทำที่รุนแรงของทอมสาวคนดังกล่าวอีกทั้งมีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกันมานานถึง 7 ปี ขณะที่ญาติน้องฟางเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ น้องฟางเข้ารักษาตัวที่ รพมงกุฎวัฒนะ โดยแพทย์นัดอีกครั้งวันอาทิตย์เพื่อนำใบรับรองแพทย์ให้พนักงานสอบสวน สนพหลโยธิน หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และในวันที่ 27 กคนี้ แพทย์นัดผ่าตัดทำศัลยกรรมฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก ด้านเฟซบุ๊กThikampron Kaain เผยอาการน้องฟางเมื่อวันอาทิตย์ว่า ตอนนี้อาการน้องพอทานโจ๊กได้บ้างแล้วค่ะ แต่ยายังมีละลายน้ำบ้าง ถ้าเม็ดใหญ่ อาการบวมที่หน้าลดลงบ้างแล้วค่ะ เหลือรอยเขียวช้ำ ตอนนี้กำลังพาน้องไปพบหมอเพื่อติดตามอาการ แล้วช่วงเย็นเข้าแจ้งความ ในช่วงบ่าย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่มารดาน้องฟางไปขอความช่วยเหลือ ได้พาน้องฟางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายที่ รพมงกุฎวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไปดื่มที่หอของเพื่อนพร้อมแฟน จนกระทั่งแฟนเมาและหลับไป จึงหยิบโทรศัพท์ของแฟนมาปลดล็อกเพื่อที่จะเปิดไลน์ดู แต่รหัสถูกเปลี่ยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเปิดได้ จึงมีปากเสียงกัน และบอกว่าให้แยกกันอยู่ ก่อนที่ตนเองจะกระชากกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับที่พัก จากนั้นจึงมีการทำร้ายร่างกายกันตามที่ปรากฏภาพในคลิป ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ร้องให้ใครช่วย เพราะตนเองก็สู้เหมือนกัน จนกระทั่งมีผู้หญิงเสื้อดำมาห้าม แฟนของตนเองจึงขี่รถกลับออกไป ส่วนในภาพที่เห็นคนอื่นๆ ไม่ช่วยห้ามเพราะว่าไม่มีคีย์การ์ดออกจากภายในตึก ขณะที่ผู้ชายเสื้อขาวที่เดินผ่านไปมาเป็นผู้ดูแลตึก คาดว่าเป็นคนที่แจ้งตำรวจ ด้านแม่ของ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางฝั่งคู่กรณีได้ติดต่อมาขอเจรจา ตนเรียกค่าเสียหายไป 1 แสนบาท แต่ฝั่งคู่กรณีจะจ่าย 5 หมื่นบาท ตนไม่ยอม และเมื่อเห็นบาดแผลของลูกสาว ก็ไม่คิดจะเรียกค่าเสียหายและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขณะที่นางปวีณากล่าวว่า ทางญาติของ นสพิมพ์พิไลได้ร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาฯ วันนี้พามาตรวจร่างกาย เบื้องต้นมีอาการชาที่หน้าข้างซ้าย เกี่ยวกับเส้นประสาท แพทย์นัดผ่าตัดในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หลังจากนี้จะนำผลการตรวจของแพทย์ไปใช้ประกอบการแจ้งความที่ สนพหลโยธิน ต่อมาเวลา 1600 น นางปวีณาได้นำตัว นสพิมพ์พิไล พนักงานคลินิกเสริมความงาม หญิงสาวที่ถูกสาวทอมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เข้าพบ พตออิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกกสนพหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นสกาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอมผู้ทำร้ายร่างกาย ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 จนใบหน้าบวมปูดอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 0146 นของวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นสทิฆัมพร พิมให้ผล ลูกพี่ลูกน้องของ นสพิมพ์พิไล ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวในโลกออนไลน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้ไปขอภาพวงจรปิดที่หอพัก จากนั้นได้นำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่จะมีการแชร์ไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากมีการแชร์กันไปจำนวนมาก ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้โทรมาข่มขู่แม่ของผู้เสียหาย และฝากบอกให้ตนเองลบคลิป อ้างว่ามีการเจรจาพูดคุยกันแล้ว และขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ตนยืนยันจะไม่ลบคลิปดังกล่าว และทางครอบครัวผู้เสียหายก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้าน พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากนี้เมื่อผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ และหลังจากได้สอบปากคำแล้ว ตำรวจจะรอผลการตรวจร่างกายน้องฟางอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากคลิปเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์การกระทำผิดเข้าข่ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนจะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายสาหัสหรือไม่นั้น จะต้องรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์อีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ได้ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ตำรวจจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าส่งหมายเรียกไปสองครั้งแล้วยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็อาจจะเป็นเหตุในการออกหมายจับได้ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกันก่อนหน้านี้หรือไม่ พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้ามีการพูดคุยกันเองไปแล้วระหว่างคู่ความ ซึ่งตอนนั้นมีการลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บต้องรีบเข้ารับการรักษาพยาบาล ส่วนที่ภาพวงจรปิดปรากฏมีบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจะมีความผิดหรือไม่นั้น ในส่วนนี้จะต้องดูผลการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะสรุปผลแจ้งข้อหาใคร ส่วนพฤติการณ์จะไปถึงขั้นพยายามฆ่าหรือไม่นั้น จากที่ปรากฏเบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าว ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวนายอองโซอู ชาวเมียนมา คนดูแลอาคารดังกล่าว และปรากฏในคลิปว่าไม่เข้าให้การช่วยเหลือ มาสอบปากคำ โดยนายอองโซอูให้การว่า ขณะเกิดเหตุหญิงทอมได้ข่มขู่ห้ามเข้ามายุ่ง จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ, โอกาส ช่องทาง ที่จะต่อสู้ ต่อต้าน คัดค้านอะไรก็ตามมันออกจะผิดแผก แตกต่าง ไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อ โลกแห่งความจริง กับ โลกเสมือนจริง มันชักจะกลายเป็นโลกเดียวกันยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ศูนย์รวมความขัดแย้งต่างๆ มันจึงไม่ได้อยู่ในรัฐสภา หรือในท้องถนน อีกต่อไปแล้ว แต่ไหลมาอยู่ในอินเทอร์เน็ต ในโซเชียลมีเดีย ไปแทนที่ ซึ่งในโลกที่ว่านี้มันแทบไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องมี พรรค มี กลุ่ม มี ฝ่าย เพราะแม้แต่ ตัวตนของตน ก็ยังแทบไม่รู้ว่าเป็นใคร มาจากไหน ต้องตามหาไอพี แอดเดรส กันชุลมุนวุ่นวาย แต่กลับสามารถ เปิดประเด็น ใช้โวหาร คารมคมคาย ใช้ชั้นเชิงต่างๆ ที่จะจุดชนวน การต่อสู้ ต่อต้าน คัดค้านใดๆ ได้เสมอๆ。 โผล่อีกชิ้นส่วนศพลอยอยู่ในคลองแสนแสบ 2 จุด คาดเป็นของศพครึ่งท่อนที่พบเมื่อวันเสาร์หลังห้างดัง ตำรวจรู้แล้วเป็นชายเร่ร่อนชาวกำแพงเพชร ประวัติเคยต้องคดีบุกรุก และเมาแล้วขับ คาดถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วผู้ก่อเหตุชำแหละศพทิ้งน้ำอำพรางคดี พตอกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า กรณีพบศพชายอายุประมาณ 40-50 ปี ถูกฆาตกรรมชำแหละชิ้นส่วนทิ้งน้ำ คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อของผู้เสียชีวิตแล้ว โดยคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ตนได้รายงานให้ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร รับทราบแล้ว ท่านได้กำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนต้องเร่งคลี่คลายคดี ในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อวันเสาร์ ตำรวจ สนหัวหมากรับแจ้งพบศพชายลอยน้ำในคลองแสนแสบ บริเวณแยกคลองจิก ท้ายซอยรามคำแหง 85/3 ด้านหลังห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบ พบศพเป็นชายอายุประมาณ 40-50 ปี มีร่องรอยถูกทำร้าย มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมบริเวณขมับซ้ายถึงศีรษะ ใต้ราวนมขวา บริเวณสะบักซ้าย และถูกตัดเหลือครึ่งลำตัวส่วนบน เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครและถูกทำร้ายที่ใด ได้ส่งศพไปตรวจหาสาเหตุการตายโดยละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พลตตธีระพงษ์ วงศ์รัฐพิทักษ์ ผบกน4 กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพศพมีแผลถูกฟันที่ด้านหลังและที่ศีรษะ ที่ดวงตาฟกช้ำ ลิ้นจุกปาก คาดว่าถูกฆ่าหั่นศพมาจากที่อื่นในรัศมี 2 กิโลเมตร ขณะนี้สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนในพื้นที่นครบาล 4 ปูพรมหาชิ้นส่วนท่อนล่างของผู้ตายตามคลองแสนแสบและคลองซอย ประตูระบายน้ำ รวมถึงตามชุมชนริมน้ำ พร้อมสั่งตรวจสอบการแจ้งความบุคคลสูญหายในช่วง 5 วันที่ผ่านมา เพื่อให้ทราบว่าคนตายเป็นใคร เป็นคนในพื้นที่หรือไม่ สาเหตุคาดว่าจะทะเลาะกันก่อนทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วนำมาทิ้งคลอง มีรายงานคืบหน้าด้วยว่า เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 1000 น รตอธงชัย สว่างจิตร รองสารวัตร (สอบสวน) สนวังทองหลาง รับแจ้งพบชิ้นส่วนมนุษย์ภายในคลองแสนแสบ ใกล้บึงพระรามที่ 9 บ่อที่ 3 ถนนพระรามที่ 9 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พตอสุริยา นาคแก้ว รอง ผบกน4, พตอสิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกกสนวังทองหลาง, พตทสุภชัย เพชรช่วย สวปสนวังทองหลาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สนวังทองหลาง กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพตร และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ภายในคลองดังกล่าวใกล้ทางเข้าอุโมงค์ยักษ์ พบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เจ้าหน้าที่จึงใช้เชือกผูกลากขึ้นมา ตรวจสอบพบเป็นชิ้นส่วนต้นขาท่อนบน ความยาวประมาณ 45 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พตอสุริยากล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นชิ้นส่วนของชายนิรนามที่พบศพครึ่งท่อนภายในคลองแสนแสบ ช่วงด้านหลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยหลังจากนี้จะนำชิ้นส่วนมนุษย์ส่งสถาบันนิติเวชวิทยา รพตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลต่อไป พตอกฤษณะกล่าวว่า เมื่อเวลาเที่ยงเศษ วันเดียวกัน ตำรวจ สนหัวหมากยังได้รับแจ้งพบอวัยวะคล้ายชิ้นส่วนศพมนุษย์ลอยอยู่ในคลองแสนแสบ หลังสำนักงานเขตบางกะปิ อยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อนำมาพิสูจน์ต่อไป มีรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจทราบแล้วว่าผู้ตายคือนายวินัย อายุ 46 ปี ชาว จกำแพงเพชร มีประวัติคดีบุกรุกในเวลากลางคืน ท้องที่ สนหัวหมาก เมื่อปี 2542 และคดีเมาแล้วขับ ท้องที่ สนลาดพร้าว เมื่อปี 2550 ผู้ตายไม่มีอาชีพและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่อาศัยอยู่ย่านแฮปปี้แลนด์ มีนิสัยชอบดื่มสุรา คาดว่าถูกทำร้ายและอำพรางศพด้วยการแยกชิ้นส่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาจุดสุดท้ายที่ผู้ตายอยู่ พร้อมประสานญาติเข้าให้ข้อมูลต่อไป。

จี - เกรซ 2021-06-18 13:01:07

เชียร์ครอบครัวไทยสร้างกุศลช่วงเข้าพรรษา งดเหล้า-เลี่ยงพนัน เผยหนี้พนันพุ่งสูง 12 หมื่นล้าน เอาไปส่งเด็กเรียนได้กว่าล้านราย นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า นอกจากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาที่ทำมาต่อเนื่องทุกปีแล้ว ปีนี้อยากเชิญชวนคนไทยต่อยอดสร้างกุศลด้วยการงดเล่นพนันช่วงเข้าพรรษาด้วย เพราะหากพิจารณาข้อมูลศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน สะท้อนผลกระทบชัดว่า แต่ละปีคนไทยเล่นพนันสูงมาก สลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการพนันที่นิยมเล่นมากที่สุด มีผู้เล่น 214 ล้านคน เงินหมุนเวียนถึง 140,549 ล้านบาทตลอดปี อันดับสองคือ หวยใต้ดิน มีผู้เล่น 173 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนถึง 135,142 ล้านบาท อันดับสาม พนันทายผลฟุตบอล ผู้เล่น 25 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนถึง 140,016 ล้านบาท ที่น่าห่วงคือ คนไทย 937,713 คนมีหนี้สินจากการเล่นพนันรวมทั้งสิ้น 12,258 ล้านบาท เทียบเท่ากับค่าเล่าเรียน 1 ปีของเด็กไทยประมาณ 12 ล้านคนทีเดียว นางสมนึก (นามสมมติ) กล่าวว่า เคยติดหวยงอมแงม เล่นหนักมาก ทั้งที่ไม่เคยถูกเลย คงเป็นเพราะไปฝากความหวังว่า หากถูกหวยจะทำให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น แต่กลับเป็นว่ายิ่งซื้อยิ่งเสียเงินมากขึ้น เงินที่ลูกส่งมาให้ใช้ก็ไม่พอจ่ายในครอบครัว เงินเก็บหมด และเริ่มหน้ามืดตามัว คิดแค่ว่าจะต้องซื้อให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะถูก แต่ซื้ออย่างไรก็ไม่เคยถูก กลับทำให้ชีวิตลำบากมากขึ้น ขณะที่สามีเป็นคนดื่มเหล้าหนัก เงินที่มีหมดไปกับเหล้า ใครพูดตักเตือนไม่ฟัง ต่างคนต่างมัวเมาอยู่กับอบายมุข ส่วนลูกๆ ก็รับรู้ถึงปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้น ขอร้องให้แม่เลิกเล่นหวย ให้พ่อเลิกกินเหล้า แต่ไม่เป็นผล กระทั่งลูกส่งเงินให้ใช้น้อยลง พอเงินขาดมือ ตนกับสามีเริ่มทะเลาะกันหนักขึ้น บ่อยครั้งทำร้ายร่างกายกัน ชาวบ้านและผู้นำชุมชนจึงพยายามโน้มน้าวให้รักตนเอง รักครอบครัว สงสารลูก และมีข้อต่อรองว่า หากเลิกเล่นหวยได้ สามียินดีจะเลิกดื่มเหล้า สุดท้ายเราทั้งสองคนก็เลิกเล่นหวยและเลิกดื่มเหล้าได้ในที่สุด ลูกก็มีความสุข มีเงินเก็บ ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็กลับมาดีเหมือนเดิม นางสมนึกกล่าว ที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เช้าวันอาทิตย์ นายณรงค์ จีนอ่ำ ปลัดจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยาน ปั่นปั่นรัก ห่างไกลแอลกอฮอล์ งดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวง ลด ละ เลิก สุรา พาครอบครัวเป็นสุข โดยมีนักปั่นจากชมรมต่างๆ ของจังหวัดอุดรธานีและใกล้เคียวร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก นายมะโนตร์ นาคะวัจนะ ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า สำหรับจังหวัดอุดรธานี พบว่ามีอัตราการดื่มสุรา ร้อยละ 4379 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ร้อยละ 34 ในการนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เล็งเห็นอันตรายของการดื่มสุราว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ มะเร็งหลอดเลือดอาหาร ตับแข็ง ความดัน เบาหวาน หัวใจล้มเหลว โรคระบบทางเดินอาหาร การเกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้มีการเสียชีวิตก่อนวันอันควร และเสียทรัพย์โดยไม่จำเป็น จึงกำหนดให้จัดกิจกรรมรณรงค์วันงดเหล้าเข้าพรรษาของทุกๆ ปี และปีนี้ตรงกับวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 ซึ่งก็ตรงกับวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จึงถือเป็นการทำดีถวายในหลวงด้วย พังงา นายปริญญา ภูมิพาณิชย์ นายอำเภอเมืองพังงา พร้อมด้วยเครือข่ายองค์กรงดเหล้า 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เครือข่ายคนหัวใจเพชรเลิกเหล้าตลอดชีวิต กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันใช้หนังสติ๊กยิงขวดเหล้า พร้อมมอบป้ายเชิดชูร้านค้าปลอดเหล้าต้นแบบ และมอบวัตถุมงคลให้กับคนที่ตั้งใจงดเหล้าช่วงเข้าพรรษา และให้กำลังใจกับคนที่มีภาวะติดสุราเรื้อรัง เพื่อร่วมรณรงค์ให้ผู้ดื่มสุราหยุดดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษา พร้อมจูงใจให้เลิกดื่มเหล้าตลอดชีวิต โดยมีเป้าหมายเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมโครงการให้ได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน และมีชุมชนเข้าร่วมกว่า 100 ชุมชน,50มูลนิธิสว่างสำเร็จ เชียงใหม่ 51กู้ภัยอุทิศ หนองคาย 52มูลนิธิสว่างมงคล ศรัทธาธรรมสถานหล่มสัก เพชรบูรณ์ 53อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ธน53-00 54ภาคประชาชน 55ทีมปีนเขาหาดไร่เลย์ 56มูลนิธิร่มไทร ลำปาง 57มูลนิธิสว่างราชบุรี 58กู้ชีพวชิรพยาบาล กรุงเทพ 59ทีมนักเดินป่า (ประชาชน) 60ทีม OSS 61พุทธสมาคมพ่งไล้ สมาคมกู้ภัยสิงห์บุรี 62มูลนิธิสยามรวมใจ เชียงราย 63อาสาสมัครภาคประชาชน และชาวบ้านในพื้นที่ 64ศูนย์บรรเทาภัยภูมินทร์ กรุงเทพฯ 65โดรนอิสระ 66นักสำรวจถ้ำเชียงใหม่ 67กลุ่ม 4คูณ4เชียงราย 68ทีมสูบน้ำสมุทรสาคร 69กู้ภัยพิงค์นคร เชียงใหม่ 70สมาคมแสงธรรมเชียงราย 71ประยูรและทีม 72ปั๊มน้ำนครปฐม 73สมาคมกู้ภัยเวียงป่าเป้า 74เจตต จุลวงศ์ 75วีระพันธ์ ศรีจันทร์และคณะ 76มูลนิธิสยามเชียงราย 77มูลนิธิสยามบุรีรัมย์ 78มูลนิธิแสงธรรมฯ 79ทีมสูบน้ำนครปฐม 80สายธาร นิยมการณ์และคณะ 81กู้ภัยแม่เมาะ 82ชมรมกรุณาจิตอาสา 83กู้ชีพ กู้ภัยสตูล 84จิตอาสาหมู่บ้านผาหมี 85สมาคมกู้ภัยพาน 86สมาคมวิทยุสมัครเล่น จน่าน 87มูลนิธิประกายฝัน 88กู้ภัยสว่างมงคล เพชรบูรณ์ 89กู้ชีพเวียงฟ้า เชียงใหม่ 90กู้ภัยวังเหนือ 91พรหมวิหารแม่สาย 92กู้ภัยสว่างบริบูรณ์พัทยา 93สมาคมกู้ภัยแสงธรรม 94ทีมครูเชษฐ์/อิสระ 95มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ 96มูลนิธิลือชา พะเยา 97อปพรจลำปาง 98ประธาน อปพรเวียงชัย 99อสปภเชียงราย 100ทีมงานคุณกมลชัย。 คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยปฏิญญาครูชักดาบ ชี้แม่พิมพ์ของชาติต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม ออมสินโร่แจงไล่บี้สาขาฟ้องลูกหนี้แค่กระบวนการปกติ อนุสรณ์ ชี้สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แนะปรับฐานเงินเดือนใหม่ตามคุณวุฒิ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อธนาคารออมสินกับปัญหาหนี้ครู กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,156 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม พศ 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 943 ทราบข่าวธนาคารออมสินกับกลุ่มครูเรียกร้องเรื่องหนี้สิน ในขณะที่ร้อยละ 57 ไม่ทราบข่าว โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 766 ไม่เห็นด้วยต่อการประกาศไม่ยอมชำระหนี้ของครู เพราะธนาคารทำถูกแล้ว ครูต้องเป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคม ครูต้องมีวินัย ใช้ชีวิตพอเพียง ยอมรับผลที่ตัวเองทำ และไม่ควรใช้กฎหมู่มาทำให้เสียภาพลักษณ์ เป็นต้น ร้อยละ 147 ไม่ค่อยเห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 64 ค่อนข้างเห็นด้วย มีเพียงร้อยละ 23 เท่านั้นที่เห็นด้วย เพราะปัญหาค่าครองชีพสูง หนี้สินครูมีมาก ทำประโยชน์ให้กับสังคม น่าเห็นใจ เงินเดือนน้อย เป็นต้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 938 ระบุครูควรยอมรับสภาพหนี้ที่ครูก่อไว้กับธนาคาร ในขณะที่ร้อยละ 62 ระบุไม่ควรยอมรับ ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 826 พอใจมากถึงมากที่สุด ต่อท่าทีของธนาคารออมสินกรณีแก้ปัญหาหนี้ครู เพราะธนาคารยืดหยุ่นช่วยเหลือมากแล้ว ดอกเบี้ยต่ำ มีประกันชีวิต ครอบครัวครูได้รับผลประโยชน์ เห็นคุณค่าของครูทำประโยชน์สังคม ทำให้ครูมีวินัยการเงิน และแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ เป็นต้น ร้อยละ 107 พอใจปานกลาง ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 67 พอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย เพราะปัญหาค่าครองชีพสูง ยังแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ควรให้กู้เพิ่ม เป็นต้น ที่น่าสนใจคือ สาเหตุหลักของปัญหาหนี้สินของประชาชนทั่วไป พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 895 ระบุใช้จ่ายเงินเกินตัว รองลงมาคือร้อยละ 871 ชำระหนี้ไม่ตรงเวลา, ร้อยละ 852 ไม่มีวินัย, ร้อยละ 726 ใช้เงินเพราะอยากมากกว่าจำเป็น, ร้อยละ 659 โทษเศรษฐกิจไม่ดี, ร้อยละ 643 มีค่านิยมเป็นหนี้ตามๆ กัน, ร้อยละ 532 หมุนเงินไม่เป็น, ร้อยละ 421 ถูกหลอกถูกโกง, ร้อยละ 389 เล่นพนัน และร้อยละ 344 ค้ำประกันคนอื่น ตามลำดับ วันเดียวกัน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวว่าธนาคารออมสินได้มีหนังสือแจ้งถึงสำนักงานทนายความเรื่องการฟ้องคดีกับลูกหนี้สินเชื่อครู ดังรายละเอียดตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ นั้น ธนาคาร ขอชี้แจงให้ทราบว่า ข้อความต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าว เป็นกระบวนการในการติดตามหนี้/ดำเนินคดีกับลูกหนี้ตามปกติของธนาคาร โดยเป็นการซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานของธนาคารกับกลุ่มลูกหนี้ที่ธนาคารได้มีการส่งดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้มาแล้วระยะเวลาหนึ่ง จึงไม่ใช่เป็นการเร่งรัดที่เกิดจากกรณีที่มีกลุ่มครูประกาศยุติการชำระหนี้ที่จังหวัดมหาสารคามแต่อย่างใด เป็นการปฏิบัติงานตามปกติที่ใช้กับการค้างชำระหนี้ของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งนี้ ในส่วนของสินเชื่อข้อตกลงของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวนกว่า 4 แสนล้านบาทนั้น ธนาคารได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกลุ่มบุคลากรครูและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ที่ผ่านมามีหนี้เสียเพียง 094% โดยอีก 9906% เป็นสินเชื่อที่ผ่อนชำระเป็นปกติ ส่วนลูกหนี้ที่ปัจจุบันเป็นหนี้ค้างชำระ ธนาคาร มีมาตรการในการช่วยเหลือและผ่อนปรนการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการพักชำระหนี้ หรือการลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระหนี้ดี โดยในช่วงที่ผ่านมา ลูกหนี้ค้างชำระเริ่มมีแนวโน้มมาแก้ไขหนี้/ปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ แต่ได้เข้าโครงการแก้ไขปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ธนาคารจึงไม่ได้ดำเนินคดีแต่อย่างใด ลูกหนี้ทุกรายที่มีปัญหาในการชำระหนี้สามารถเข้ามาแก้ไขหนี้กับธนาคารได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใด ทั้งลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ จนถึงลูกหนี้ที่ธนาคารได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว นายชาติชายระบุ ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษา กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครูและหนี้ครัวเรือนสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมมากกว่าปัญหาการขาดวินัยทางการเงิน การพักชำระหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้ไม่ใช่หนทางแห่งการแก้ปัญหา และเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เสนอให้มีการปรับฐานและอัตราเงินเดือนครูใหม่ตามคุณวุฒิวิชาการ วิชาชีพและคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งความรู้ความสามารถ สามารถจัดจ้างในลักษณะสัญญาจ้างที่มีโครงสร้างเงินเดือนมิได้ขึ้นอยู่กับบัญชีเงินเดือนข้าราชการ เพื่อให้สามารถเลือกครูที่เก่งเข้ามาสอนหรือเลือกผู้บริหารที่มีความสามารถเข้ามาบริหาร จากการวิเคราะห์ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบข้อเท็จจริงว่า ค่าเฉลี่ยสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ครัวเรือนที่มีหนี้ปรับเพิ่มขึ้นในภาพรวมและในทุกกลุ่มรายได้ค่าเฉลี่ยโดยรวมของกลุ่มครัวเรือนที่มีหนี้เพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2558 มาอยู่ที่ 89% ในปี 2560 ครัวเรือนส่วนใหญ่ รวมทั้งครูชั้นผู้น้อยและไม่มีตำแหน่งบริหารไม่มีเงินออมสำหรับใช้ในยามฉุกเฉินและหลังเกษียณอย่างเพียงพอ การเพิ่มขึ้นของหนี้สินนั้นเกิดขึ้นในเกือบทุกกลุ่มอาชีพที่จัดอยู่ในกลุ่มรายได้น้อยถึงปานกลาง โดยเป็นผลจากทั้งการเพิ่มขึ้นของหนี้และการลดลงของรายได้ ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นในส่วนของผู้มีฐานรายได้สูงอยู่แล้ว ในภาพรวม หนี้สินของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 13-14% อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้อาจปรับตัวดีขึ้นหากทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้มากกว่า 5% และมีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยนโยบายหรือมาตรการแทรกแซงโดยรัฐ ทั้งนี้ หากครูมีภาระหนี้สินมาก ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับรายได้และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว คุณภาพครูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายตามแผนการศึกษาชาติ คุณภาพครูไม่อาจดีได้หากครูยังมีปัญหาทางการเงินและไม่มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ ปัญหาหนี้สินครูเกิดขึ้นทั้งจากรายได้ไม่พอรายจ่าย ครูที่มาจากครอบครัวที่ยากจนมักมีภาระต้องดูแลสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ทางการเงินอีกด้วย นอกจากนี้ ครูบางส่วนขาดความรู้เรื่องการบริหารเงินออมและขาดวินัยทางการเงิน การสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพต้องอาศัยบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพสูง การแก้ปัญหาหนี้สินครูจึงมีความสำคัญและเป็นเรื่องเร่งด่วน และไม่ควรใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการพักการชำระหนี้หรือการปรับโครงสร้างหนี้เท่านั้น เพราะจะสร้างวัฒนธรรมเบี้ยวหนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาแบบไม่ยั่งยืน นายอนุสรณ์ระบุ。

จีบูชา 2021-06-18 13:01:07

จากการสำรวจเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้เข้ามาเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 5887 ระบุว่า พรรคการเมืองพรรคใหม่ ๆ เพราะ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง มีคนใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ แนวคิด แนวทางการบริหารใหม่ๆ ขณะที่บางส่วนระบุว่า เบื่อการบริหารงานของพรรคการเมืองพรรคเก่า ร้อยละ 3278 ระบุว่า พรรคการเมืองพรรคเก่า เพราะ มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เข้าใจและสามารถ แก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่องกว่าพรรคการเมืองพรรคใหม่ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบการทำงานของพรรคการเมืองพรรคเก่า และร้อยละ 835 ระบุว่า ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ,เจ้าอาวาส เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ มีกฎหมายระบุไว้ชัดเจนครับ มีมานานแล้ว ในเมื่อมีกฎหมายระบุว่า เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานของรัฐแล้ว พรรคแผ่นดินธรรมก็จะเสนออกกฎหมาย ให้เจ้าสำนักสงฆ์ในป่า เป็นเจ้าพนักงานป่าไม้(พิเศษ) พระธุดงค์ เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานป่าไม้ (พิเศษ) ทำไมจะไม่ได้ละ ในเมื่อ นักกฎหมาย ยังออกกฎหมายให้เจ้าอาวาส เป็นเจ้าพนักงานของรัฐได้ เราก็จะออกกฎหมายตามที่เสนอไป。 สาวพนักงานคลินิกเสริมความงามเข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีสาวทอมคู่รักทำร้ายร่างกายด้วยการใช้หมวกกันน็อกฟาดหัว จิกผม จับหน้าโขกกับพื้นปูน ตบตีแล้วเตะซ้ำ จนฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก เตรียมเข้ารับการผ่าตัด เหตุแค่เอามือถืออีกฝ่ายมาเปิดดูไลน์ กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แม่ผู้เสียหายเผยเรียก 1 แสน คู่กรณีต่อเหลือ 5 หมื่น แต่พอเห็นบาดแผลรับไม่ได้ ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 5 นาที เป็นภาพของหญิงสาวและแฟนลักษณะเป็นสาวทอม เกิดมีปากเสียงก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกัน ภายในบริเวณลานจอดรถของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่อุทิศ แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม เมื่อเวลา 0100 นเศษ วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สร้างความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้เห็นคลิป คือการที่สาวทอมใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะแฟนสาว คือ นสพิมพ์พิไล ปักษี หรือน้องฟาง ก่อนที่จะตบตีจนน้องฟางล้มลง จิกผม จับศีรษะโขกพื้นปูน แล้วเตะซ้ำ ซึ่งต่อมามีผู้โพสต์ภาพน้องฟางหลังถูกทำร้าย ใบหน้าช้ำบวม ตาขวาปิด ปากบวมเจ่อ มีบาดแผลปริแตก หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดมีผู้รับชมคลิปมากกว่า 25 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กครายอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ตำหนิการกระทำที่รุนแรงของทอมสาวคนดังกล่าวอีกทั้งมีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่เป็นแฟนกันมานานถึง 7 ปี ขณะที่ญาติน้องฟางเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ น้องฟางเข้ารักษาตัวที่ รพมงกุฎวัฒนะ โดยแพทย์นัดอีกครั้งวันอาทิตย์เพื่อนำใบรับรองแพทย์ให้พนักงานสอบสวน สนพหลโยธิน หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และในวันที่ 27 กคนี้ แพทย์นัดผ่าตัดทำศัลยกรรมฐานรองกระดูกเบ้าตาแตก ด้านเฟซบุ๊กThikampron Kaain เผยอาการน้องฟางเมื่อวันอาทิตย์ว่า ตอนนี้อาการน้องพอทานโจ๊กได้บ้างแล้วค่ะ แต่ยายังมีละลายน้ำบ้าง ถ้าเม็ดใหญ่ อาการบวมที่หน้าลดลงบ้างแล้วค่ะ เหลือรอยเขียวช้ำ ตอนนี้กำลังพาน้องไปพบหมอเพื่อติดตามอาการ แล้วช่วงเย็นเข้าแจ้งความ ในช่วงบ่าย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่มารดาน้องฟางไปขอความช่วยเหลือ ได้พาน้องฟางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายที่ รพมงกุฎวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไปดื่มที่หอของเพื่อนพร้อมแฟน จนกระทั่งแฟนเมาและหลับไป จึงหยิบโทรศัพท์ของแฟนมาปลดล็อกเพื่อที่จะเปิดไลน์ดู แต่รหัสถูกเปลี่ยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเปิดได้ จึงมีปากเสียงกัน และบอกว่าให้แยกกันอยู่ ก่อนที่ตนเองจะกระชากกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับที่พัก จากนั้นจึงมีการทำร้ายร่างกายกันตามที่ปรากฏภาพในคลิป ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ร้องให้ใครช่วย เพราะตนเองก็สู้เหมือนกัน จนกระทั่งมีผู้หญิงเสื้อดำมาห้าม แฟนของตนเองจึงขี่รถกลับออกไป ส่วนในภาพที่เห็นคนอื่นๆ ไม่ช่วยห้ามเพราะว่าไม่มีคีย์การ์ดออกจากภายในตึก ขณะที่ผู้ชายเสื้อขาวที่เดินผ่านไปมาเป็นผู้ดูแลตึก คาดว่าเป็นคนที่แจ้งตำรวจ ด้านแม่ของ นสพิมพ์พิไลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางฝั่งคู่กรณีได้ติดต่อมาขอเจรจา ตนเรียกค่าเสียหายไป 1 แสนบาท แต่ฝั่งคู่กรณีจะจ่าย 5 หมื่นบาท ตนไม่ยอม และเมื่อเห็นบาดแผลของลูกสาว ก็ไม่คิดจะเรียกค่าเสียหายและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขณะที่นางปวีณากล่าวว่า ทางญาติของ นสพิมพ์พิไลได้ร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาฯ วันนี้พามาตรวจร่างกาย เบื้องต้นมีอาการชาที่หน้าข้างซ้าย เกี่ยวกับเส้นประสาท แพทย์นัดผ่าตัดในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หลังจากนี้จะนำผลการตรวจของแพทย์ไปใช้ประกอบการแจ้งความที่ สนพหลโยธิน ต่อมาเวลา 1600 น นางปวีณาได้นำตัว นสพิมพ์พิไล พนักงานคลินิกเสริมความงาม หญิงสาวที่ถูกสาวทอมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เข้าพบ พตออิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกกสนพหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นสกาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี สาวทอมผู้ทำร้ายร่างกาย ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 จนใบหน้าบวมปูดอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 0146 นของวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นสทิฆัมพร พิมให้ผล ลูกพี่ลูกน้องของ นสพิมพ์พิไล ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวในโลกออนไลน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนเองได้ไปขอภาพวงจรปิดที่หอพัก จากนั้นได้นำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่จะมีการแชร์ไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากมีการแชร์กันไปจำนวนมาก ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้โทรมาข่มขู่แม่ของผู้เสียหาย และฝากบอกให้ตนเองลบคลิป อ้างว่ามีการเจรจาพูดคุยกันแล้ว และขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ตนยืนยันจะไม่ลบคลิปดังกล่าว และทางครอบครัวผู้เสียหายก็ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้าน พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากนี้เมื่อผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ และหลังจากได้สอบปากคำแล้ว ตำรวจจะรอผลการตรวจร่างกายน้องฟางอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นจากคลิปเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์การกระทำผิดเข้าข่ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนจะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายสาหัสหรือไม่นั้น จะต้องรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์อีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนนี้ได้ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ตำรวจจะส่งหมายเรียกไปยังผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งถ้าส่งหมายเรียกไปสองครั้งแล้วยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็อาจจะเป็นเหตุในการออกหมายจับได้ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกันก่อนหน้านี้หรือไม่ พตออิทธิเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้ามีการพูดคุยกันเองไปแล้วระหว่างคู่ความ ซึ่งตอนนั้นมีการลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บต้องรีบเข้ารับการรักษาพยาบาล ส่วนที่ภาพวงจรปิดปรากฏมีบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจะมีความผิดหรือไม่นั้น ในส่วนนี้จะต้องดูผลการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะสรุปผลแจ้งข้อหาใคร ส่วนพฤติการณ์จะไปถึงขั้นพยายามฆ่าหรือไม่นั้น จากที่ปรากฏเบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาดังกล่าว ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวนายอองโซอู ชาวเมียนมา คนดูแลอาคารดังกล่าว และปรากฏในคลิปว่าไม่เข้าให้การช่วยเหลือ มาสอบปากคำ โดยนายอองโซอูให้การว่า ขณะเกิดเหตุหญิงทอมได้ข่มขู่ห้ามเข้ามายุ่ง จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ตาราง บอล พรุ่งนี้ ทุก ลีกประเทศไทย| ฟุตบอลทีมชาติไทย พเติมเงินไทยฟรี| โหลดแอพ พนันบอล2021 เล่นฟรี| การพนัน pantipลุ้นบาท| ฟัง ฟุตบอล ออนไลน์ 96ทดลองใช้ฟรี| ตารางคะแนนบอล ลีกเดอซ์ ฝรั่งเศสประเทศไทย| ผล บอล สด สํารอง 1| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ปารีส แมนยูประเทศไทย| ฟุตบอลออนไลน์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษเติมเงินไทยฟรี| อโยธยา ซิตี้การเดิมพัน| ตาราง โปรแกรม พรีเมียร์ ลีกลงทะเบียนฟรี| ดู บอล ออนไลน์ ภาค ไทย| ผล บอล สด 3การเดิมพัน| เล่นสล็อตออนไลน์ผ่านทางมือถือการพนัน| แอพหาเงินได้จริง 2021ลงทะเบียนฟรี| ผลบอลสดไทยวันนี้ลงทะเบียนฟรี| ดู บอล ออนไลน์ ตุรกีลงทะเบียนฟรี| สูตร เกม slotลงทะเบียนฟรี| ผล บอล สด อิตาลี u19ประเทศไทย| พรีเมียร์ลีก ต้องแข่งกี่นัดเงินฟรี| ฟุตบอล ธ| โปรแกรม พรีเมียร์ ลีก ส เปอร์ลงทะเบียนฟรี| ผลบอลสด thทดลองใช้ฟรี| ผลบอลสด พร้อมสถิติลุ้นบาท| ผลบอลสด มิดทิลแลนด์| ได้เงินจากการพนันลงทะเบียนฟรี| ตารางคะแนนบอล จอร์เจียเงินฟรี| ฟุตบอลโลก ฟเติมเงินไทยฟรี| ดูบอลสด บ้านผลบอล วันนี้ ทุกลีกการพนัน| ฟุตบอลออนไลน์992021โปรโมชั่น| แชมป์ยูฟ่า ได้เงินเท่าไหร่ลุ้นบาท| ออนไลน์ ฝรั่งเศส บอลเงินฟรี| เกมที่กำลังฮิตตอนนี้การเดิมพัน| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล วัน นี้ ช่อง 7ทดลองใช้ฟรี| เว็บ บอล แจก เครดิต ฟรี ล่าสุด20212021 เล่นฟรี| แอพ ตู้สล็อตรับเงินบาท| โอ๊คแลนด์ ฟุตบอล (ญ)เงินฟรี| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล ขอนแก่น2021 เล่นฟรี| เกมส์ สล็อต เหมือน จริงการพนัน| วิเคราะห์บอลวันนี้ตลาดลูกหนังลงทะเบียนฟรี| ดูบอลสด สุโขทัยการพนัน| ถ่ายทอดสดฟุตบอล วันนี้ แมนยู| ผล บอล สด 3การเดิมพัน| สล็อต คือประเทศไทย| ผลบอลสดวันนี้ไทยลงทะเบียนฟรี| ทีเด็ด บอล สด ทุก ลีก| ทํางานคาสิโน pantipการพนัน| วิเคราะห์ ผล บอล วัน นี้ ฟัน ธงการเดิมพัน| ผลบาสเกาหลีการพนัน| โปรแกรม บอล พรีเมียร์ ลีก แมนซิตี้เงินฟรี| วิเคราะห์บอล7m วันพรุ่งนี้การพนัน| วิเคราะห์บอลวันนี้ 100การพนัน| ฟุตบอล อ นิ เม ชั่ น สูตรทดลองใช้ฟรี| วิเคราะห์-บ้าน-ผล-บอลลุ้นบาท| ดู บอล สด วัน นี้ bein sport 1ลุ้นบาท| การพนันบอล pantipเงินฟรี| ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก คืนนี้ ช่องไหนประเทศไทย| มิตรอารี เชียงราย เอฟซีรับเงินบาท| ดูบอลสด true hd2ประเทศไทย| ตาราง บอล พรีเมียร์ ร ลีกลุ้นบาท| ดู ผล บอล เกาหลีใต้ลงทะเบียนฟรี| ฟุตบอล ทีม ชาติ ไทย วัน นี้การเดิมพัน| สรุป ผล บอล สดการพนัน| ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ปารีสลงทะเบียนฟรี| ฟุตบอล อเมริกา| เสือมังกร pantipรับเงินบาท| บอลสด บ้านผลบอลการเดิมพัน| สูตรสล็อตแพนด้าทดลองใช้ฟรี| อัพเกรดเกมยิงปลาประเทศไทย| เว็บไซต์เกมประเทศไทยเติมเงินไทยฟรี| ผลบอลสด กรีซ| กฏการเล่นสล็อตออนไลน์ลงทะเบียนฟรี| วิเคราะห์ บอล ส วิ ต เซอร์ แลนด์ลงทะเบียนฟรี| คุณรู้จักฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก มากแค่ไหน (เก่งจริง ต้องไม่ใช้ google)รับเงินบาท| วิเคราะห์บอล นอร์เวย์ วันนี้รับเงินบาท| วิเคราะห์บอล ฝรั่งเศส ดิวิชั่น 3รับเงินบาท| สมัคร โป ก เกอร์รับเงินบาท| จัดอันดับเกมสล็อตที่เล่นบนแท็บเล็ตประเทศไทย| บอลสด สกอเติมเงินไทยฟรี| ผลการแข่งขันฟุตบอลไทย u23รับเงินบาท| ดู บอล สด ลีก เอิ งเงินฟรี| ผล บอล สด 888 ย้อน หลังการเดิมพัน| ฟุตบอลโลกประเทศไทย| วิเคราะห์บอลวันนี้ 3 คู่ประเทศไทย| ตาราง คะแนน ฟุตบอล อังกฤษ ทุก ลีกลุ้นบาท| ดาวน์โหลด star vegasลงทะเบียนฟรี| ตาราง คะแนน ฟุตบอล บุ น เด ส ลี กา เยอรมัน2เงินฟรี| ฉะเชิงเทรา ฟุตบอล2021 เล่นฟรี| ฟุตบอล บาร์เซโลน่า สดเงินฟรี| โปรแกรม วิเคราะห์ บอล มือ ถือลุ้นบาท| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล ศรีสะเกษรับเงินบาท| ดู บอล สด รัสเซียลุ้นบาท| ดูผลบาสสด2021โปรโมชั่น| เล่นพนันบอลยังไงให้รวยรับเงินบาท|